ธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลางพร้อมที่จะกลับมาแล้วหรือยัง

บริษัทขนาดเล็กและขนาดกลางรับมือกับการแพร่ระบาดทั่วโลกอย่างไร เราได้สำรวจความคิดเห็นของผู้นำทางธุรกิจ 3,000 คน เพื่อวัดผลว่าปี 2020 ได้เปลี่ยนแนวทางการทำงานของพวกเขาให้ดีขึ้นหรือแย่ลงอย่างไรบ้าง

แบบสำรวจความรู้สึกของธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลางในปี 2020

ผลการสำรวจที่สำคัญ

  • 87% รายงานว่าการแพร่ระบาดทั่วโลกทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในระดับการประกอบธุรกิจ
  • 75% เห็นด้วยว่าความสัมพันธ์ที่มีกับลูกค้าได้เปลี่ยนแปลงไป
  • 90% เห็นด้วยว่าสภาพแวดล้อมการทำงานที่เน้นดิจิทัลมากขึ้นคือแนวทางการทำงานในอนาคตของเรา

ปี 2020 เปลี่ยนแปลงธุรกิจอย่างไร

การแพร่ระบาดทั่วโลกสร้างความท้าทายครั้งใหญ่ให้กับธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลาง เช่น มาตรการล็อกดาวน์ กลุ่มพนักงานทำงานอยู่คนละสถานที่กัน และความต่อเนื่องทางธุรกิจ ถึงแม้จะมีสัญญาณการฟื้นตัว แต่ผู้จัดการและผู้นำหลายคนต่างมองเห็นอนาคตที่ไม่แน่นอน การแพร่ระบาดได้เปลี่ยนธุรกิจไปตลอดหรือไม่

Dropbox ได้ร่วมมือกับ VasonBourne เพื่อจัดทำแบบสำรวจอิสระสำหรับผู้มีอำนาจตัดสินใจด้านธุรกิจและไอทีในสหราชอาณาจักรและสหรัฐอเมริกาที่มีรายได้ต่างกันและอยู่ในอุตสาหกรรมที่หลากหลาย เพื่อทำความเข้าใจสถานการณ์โดยรวมในปัจจุบันให้ดียิ่งขึ้น อ่านวิธีที่บริษัทต่างๆ ใช้ในการฟื้นตัวและเรียนรู้วิธีการฟื้นตัวจากวิกฤตให้แข็งแกร่งขึ้น

โลกธุรกิจที่เปลี่ยนไปจากเดิม

87% รายงานว่ามีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นในการประกอบธุรกิจ

หลังจากการสัมภาษณ์ครั้งแรกเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา เห็นได้ชัดว่าธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลางต้องเผชิญกับความท้าทายครั้งประวัติศาสตร์ 51% รายงานว่ามีการประกอบธุรกิจที่ลดลง โดยหลายๆ ธุรกิจมีความเสี่ยงที่จะลดพนักงานหรือปิดร้าน

ปัญหาที่น่ากังวลมากที่สุด ได้แก่ การทำงานจากระยะไกล ความต่อเนื่องทางธุรกิจ และประสิทธิภาพการทำงาน เฉพาะแค่ธุรกิจขนาดเล็กในสหรัฐอเมริกาก็มีพนักงานมากกว่า 60 ล้านคนแล้ว และยังมีส่วนสำคัญในการสร้างงานและช่วยให้เศรษฐกิจเติบโตด้วย การแพร่ระบาดครั้งนี้ทำให้ผู้นำหลายคนสงสัยว่าพวกเขาจะรับมือกับอนาคตที่ไม่แน่นอนนี้อย่างไร

อุตสาหกรรมที่แตกต่าง ได้รับผลกระทบที่ต่างกัน

ในขณะที่อุตสาหกรรมการบริการและการท่องเที่ยวได้รับผลกระทบอย่างหนักจากข้อจำกัดต่างๆ ที่เกิดจาก COVID-19 แต่อุตสาหกรรมเทคโนโลยีกลับมีตัวเลขที่เป็นบวกมากขึ้น ในเดือนมิถุนายน 51% รายงานการประกอบธุรกิจที่เพิ่มขึ้น ในเดือนสิงหาคม ตัวเลขดังกล่าวสูงถึง 57% ดูเหมือนว่าการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วนี้จะชี้ให้เห็นว่าเทคโนโลยีมีความสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ ในชีวิตประจำวันของเรา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อองค์กรต่างๆ จัดประชุมทางวิดีโอ รวมถึงใช้อีเมลและเครื่องมือไอ

อนาคตที่สดใสขึ้น

การสำรวจครั้งที่สองในเดือนสิงหาคมของเราพบว่าสถานการณ์ต่างๆ มีทิศทางที่ดีขึ้น องค์กรจำนวนมากขึ้นรายงานว่ามีการประกอบธุรกิจที่เพิ่มขึ้นและพบสัญญาณของการฟื้นตัวที่เป็นไปได้ 

ธุรกิจต่างๆ มีวิธีการจัดการอย่างไร เพื่อที่จะรักษาการทำงาน ให้พนักงานมีงานทำ และให้ลูกค้ามีความสุข แน่นอนว่าการผ่อนคลายข้อจำกัดต่างๆ มีส่วนสำคัญ แต่ธุรกิจจำนวนมากก็หันมาใช้วิธีการทำงานที่ชาญฉลาดขึ้น ธุรกิจต่างๆ ถูกบังคับให้ต้องดำเนินการในรูปแบบใหม่ๆ

ความยืดหยุ่นเป็นหนทางสู่การฟื้นตัวใช่หรือไม่

แม้จะมีความท้าทายและความล้มเหลวเกิดขึ้น แต่ความสามารถในการทำกำไรและการเติบโตยังคงเป็นสิ่งสำคัญอันดับต้นๆ ของธุรกิจ
เนื่องจากเส้นทางสู่การฟื้นตัวยังไม่ชัดเจน ธุรกิจจึงต้องมีความยืดหยุ่นเพื่อให้สามารถปรับขนาดองค์กรได้อย่างรวดเร็วตามความต้องการของตลาด แนวทางการทำงานใหม่ๆ และพฤติกรรมของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงไป
ธุรกิจสามารถมุ่งเน้นไปที่การเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานในช่วงที่เศรษฐกิจตกต่ำได้ด้วยการลงทุนในเครื่องมือไอที/เครื่องมือที่ใช้ในการทำงานร่วมกัน
เมื่อมุมมองอนาคตเปลี่ยนไปและมองเห็นถึงโอกาสที่จะประสบความสำเร็จ ธุรกิจต่างๆ ก็พร้อมที่จะลงมือทำ จากการสำรวจของเราพบว่า 87% ของธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลางเห็นด้วยว่าเครื่องมือที่ใช้ในการทำงานร่วมกันเป็นกุญแจสำคัญในการสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจ

การทำงานระยะไกล

อุปสรรคในการทำงานร่วมกันทำให้ดำเนินธุรกิจได้ช้าลง

การทำงานเป็นทีมจะทำได้ยากมากยิ่งขึ้น

เมื่อธุรกิจต่างๆ ให้พนักงานกลับบ้านเพื่อปฏิบัติตามมาตรการด้านความปลอดภัย COVID-19 พนักงานหลายคนไม่ได้เตรียมพร้อมที่จะเปลี่ยนไปทำงานระยะไกลอย่างกะทันหันแบบนี้ พนักงานจะประสานงานโครงการได้อย่างไรเมื่อไม่ได้ทำงานอยู่ในห้องเดียวกัน ผลการสำรวจของเราพบอุปสรรคสำคัญบางประการ

ความท้าทายในการทำงานระยะไกล 3 อันดับแรก

1. ตรวจสอบให้แน่ใจว่าทีมสามารถทำงานร่วมกันได้
69% รายงานว่า “เอกสารและการสนทนาที่ไม่เชื่อมต่อและกระจายไปตามแพลตฟอร์มต่างๆ ทำให้การทำงานยากขึ้น” เมื่อพนักงานเกิดอุปสรรคในการทำงานร่วมกัน ประสิทธิภาพการทำงานก็จะลดลง
2. การวัดประสิทธิภาพการทำงาน
เมื่อผู้จัดการไม่ได้พบเจอทีมของตนแบบเห็นหน้ากัน จึงอาจกลายเป็นเรื่องยากที่จะตรวจสอบให้แน่ใจว่าสมาชิกในทีมทำงานเสร็จสิ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ พนักงานมีสมาธิ มีแรงจูงใจ และทำงานตามกำหนดหรือไม่
3. การรักษาวัฒนธรรมการทำงานให้แข็งแกร่ง
วัฒนธรรมการทำงานเป็นส่วนสำคัญในการจูงใจ ดึงดูด และรักษาพนักงาน หากไม่มีพื้นที่ทำงานทางกายภาพให้พนักงานได้มีปฏิสัมพันธ์และเข้าสังคม คุณจะส่งเสริมวัฒนธรรมของบริษัทในเชิงบวกได้อย่างไร

ทำงานเป็นทีมได้จากการทำงานระยะไกล

วัฒนธรรมการทำงานที่แน่นแฟ้นเป็นหัวใจสำคัญของ Team Epiphany

วัฒนธรรมการทำงานที่แน่นแฟ้นเป็นหัวใจสำคัญของ Team Epiphany

เมื่อพนักงานทั้ง 80 คนของบริษัทการตลาดแห่งนี้เริ่มทำงานจากที่บ้าน Coltrane Curtis และ Lisa Chu ผู้เป็นเจ้าของบริษัทก็ทำให้ธุรกิจอยู่รอดได้ด้วยการรวบรวมความสามารถของทีมงาน และสร้างสรรค์กิจกรรมในชีวิตจริงขึ้นมาใหม่ในรูปแบบของประสบการณ์ทางดิจิทัล พวกเขาสามารถรักษาวัฒนธรรมของทีมและความคิดสร้างสรรค์ได้ด้วยการดำเนินการที่ยืดหยุ่นและคิดค้นวิธีการใหม่ๆ ในการทำงานร่วมกัน เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องราวของพวกเขา

ดูวิดีโอ
การบุกเบิกวัฒนธรรมที่ทำงานได้จากทุกที่

การบุกเบิกวัฒนธรรมที่ทำงานได้จากทุกที่

เมื่อแอปแบ่งปันวิดีโอ Cameo เริ่มเห็นการเติบโตอย่างรวดเร็วในช่วงที่มีมาตรการล็อกดาวน์ ซีอีโอของบริษัทอย่าง Steven Galanis จึงคว้าโอกาสที่จะทำสิ่งที่แตกต่างไปจากเดิม Cameo กำลังยกเลิกการทำงานที่สำนักงานทั้งหมดและได้สร้างทีมที่แข็งแกร่งขึ้น

ดูวิดีโอ
พลิกโฉมการทำงานแบบกระจายตัว

พลิกโฉมการทำงานแบบกระจายตัว

เมื่อ COVID-19 ทำให้อุตสาหกรรมบันเทิงต้องหยุดชะงัก บริษัทผู้ผลิตภาพยนตร์ Array ได้เปลี่ยนอุปสรรคให้กลายเป็นโอกาสขึ้นมา เรียนรู้ว่า Tilane Jones ผู้เป็นประธานบริษัท สามารถขับเคลื่อนธุรกิจและรวมทีมได้อย่างไร

ดูวิดีโอ
การช่วยให้คนนับล้านได้กลับไปที่โรงเรียน

การช่วยให้คนนับล้านได้กลับไปที่โรงเรียน

เมื่อโรงเรียนทั่วโลกต้องปิดการเรียนการสอนเนื่องจากเหตุการณ์การแพร่ระบาด Sal Khan จึงเร่งสร้างสื่อการสอนต่างๆ เพื่อช่วยให้ผู้ปกครอง ครู และนักเรียนหันมาใช้การเรียนรู้เสมือน เรียนรู้วิธีที่ Khan Academy ใช้ในการพัฒนาธุรกิจเพื่อตอบสนองความต้องการแบบเรียลไทม์

ดูวิดีโอ

การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล

การทำงานระยะไกลเป็นนวัตกรรมที่พัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว

เมื่อพนักงานกระจายตัวกลายเป็นความปกติใหม่ ธุรกิจต่างๆ จำเป็นต้องรวมทีมกันอย่างรวดเร็วเพื่อให้ยังคงทำงานได้อย่างไหลลื่น

ธุรกิจต่างๆ จึงต้องหันมาใช้การประชุมทางวิดีโอ เครื่องมือการจัดการโครงการ และพื้นที่ทำงานดิจิทัลกันอย่างกะทันหัน เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา 74% ของผู้เข้าร่วมการสำรวจกล่าวว่าพวกเขาใช้เครื่องมือไอที/เครื่องมือที่ใช้ในการทำงานร่วมกันที่มีอยู่แล้ว ในรูปแบบที่ไม่คาดคิดมาก่อน ในเดือนสิงหาคม 58% รายงานว่าการระบาดครั้งนี้ได้กระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล โดยหลายฝ่ายวางแผนที่จะขยายงบประมาณด้านไอทีของตน

หนทางในการทำงานที่ดี

 
การกระโดดข้ามไปใช้เครื่องมือดิจิทัลโดยที่ไม่ได้คาดคิดมาก่อนอาจเป็นอุปสรรคในตอนแรก แต่ก็นับว่าเป็นการเปิดโลกทัศน์ให้ผู้คนได้เห็นถึงความเป็นไปได้เครื่องมือดิจิทัลไม่ได้เป็นเพียงคุณสมบัติเจ๋งๆ ที่เอาไว้เล่นเท่านั้น แต่ยังจัดเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยพัฒนาขั้นตอนการทำงาน ปลดล็อกความคิดสร้างสรรค์ และขยายธุรกิจอีกด้วย

Tomorrow Lab คือกลุ่มนักออกแบบและวิศวกรผู้คว้ารางวัลที่สร้างผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีที่แปลกใหม่ การทำงานร่วมกันมีบทบาทสำคัญในนวัตกรรมของพวกเขา เครื่องมือจะช่วยให้ทีมสามารถผสมผสานการออกแบบ เทคโนโลยี และกระบวนการทางวิศวกรรมเข้ากับขั้นตอนการทำงานได้อย่างราบรื่น แม้ว่ามาตรการด้านความปลอดภัย COVID-19 จะทำให้บริษัทต้องหันมาทำงานออนไลน์ แต่ก็ไม่ได้ทำให้ประสิทธิภาพการทำงานของพวกเขาลดลง พวกเขาสามารถทำงานได้อย่างชาญฉลาดยิ่งขึ้น โดยการใช้การประชุมทางวิดีโอแทนการประชุมแบบยืนในทุกๆ วัน ใช้การแบ่งปันหน้าจอเพื่อตรวจสอบและจัดเซสชันร่างแบบ รวมถึงใช้ Slack ในการสื่อสารกันในทุกวันทำงาน

“โลกนี้ไม่มีสิ่งที่เรียกว่าการคิดเป็นกลุ่ม การทำงานร่วมกันต้องอาศัยเครื่องมือที่ช่วยให้ผู้คนสามารถรวมแนวคิดของแต่ละคนเข้าด้วยกันแล้วสร้างสรรค์สิ่งที่ดีกว่า”
Tomorrow Lab

ประสบการณ์ลูกค้า

กฎใหม่ พฤติกรรมใหม่ของลูกค้า

75% เห็นด้วยว่าความสัมพันธ์ที่มีกับลูกค้าได้เปลี่ยนแปลงไป

วิกฤตครั้งนี้ทำให้ความคาดหวังของลูกค้าเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและยาวนาน ข้อจำกัดและมาตรการด้านความปลอดภัยต่างๆ ทำให้ผู้คนหันมาหาข้อมูลและเลือกซื้อทางออนไลน์ ก่อนที่จะเกิดโรคระบาดขึ้น 67% ผู้คนได้ตัดสินใจเลือกซื้อบนดิจิทัล ตัวเลขนี้จะเพิ่มขึ้นก็ต่อเมื่อลูกค้าคุ้นเคยกับความสะดวกสบายและตัวเลือกที่หลากหลายมากขึ้น ธุรกิจจะโดดเด่นและมีความสามารถในการแข่งขันได้อย่างไร องค์กรต้องจัดลำดับความสำคัญของประสบการณ์ของลูกค้า

ทีมของคุณมีเครื่องมือที่ใช้ในการทำงานร่วมกันหรือไม่

 

92% เห็นด้วยว่าการที่พนักงานในองค์กรทำงานร่วมอย่างมีประสิทธิภาพเป็นกุญแจสำคัญในการส่งมอบประสบการณ์ที่ประสบความสำเร็จให้กับลูกค้า

ผลการสำรวจที่สำคัญ

ความท้าทายในการบริการลูกค้าที่สำคัญที่สุด

  • การรักษาความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้าเดิม
  • การสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้าออนไลน์ใหม่
  • การมอบประสบการณ์ออนไลน์ที่ยอดเยี่ยม
  • การสนับสนุนที่มีประสิทธิภาพผ่านช่องทางดิจิทัล

วิธีพัฒนาประสบการณ์ของลูกค้า

การใช้ดิจิทัลที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วถือเป็นโอกาสที่ยิ่งใหญ่ ช่องทางออนไลน์สามารถช่วยให้ธุรกิจลดต้นทุน ขยายการเข้าถึงตลาด และสื่อสารได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น แต่ธุรกิจต่างๆ จำเป็นต้องดำเนินการอย่างรวดเร็วเพื่อให้ได้เปรียบในการแข่งขัน การสร้างตัวตนทางออนไลน์ที่แข็งแกร่งจึงมีความสำคัญมากกว่าที่เคย

 

  • ใช้แชทสดเพื่อพัฒนาฝ่ายสนับสนุนลูกค้า
  • เข้าถึงลูกค้าใหม่และลูกค้าเดิมผ่านช่องทางโซเชียลมีเดีย
  • ตรวจสอบให้แน่ใจว่าเว็บไซต์ของคุณรองรับการใช้อุปกรณ์เคลื่อนที่เป็นอันดับแรกและใช้งานง่าย เนื่องจากผู้คนใช้อุปกรณ์เคลื่อนที่กันมากขึ้นกว่าเดิม

การทำให้ดิจิทัลเป็นแบบเฉพาะบุคคลมากยิ่งขึ้น

Revival Retro เป็นธุรกิจแฟชั่นอิสระผู้ชนะรางวัล ที่นำเสนอความงามจากช่วงทศวรรษที่ 1920 ถึง 1940 ให้กลับมาเฉิดฉายอีกครั้ง หลังจากหน้าร้านในลอนดอนประสบความสำเร็จครั้งแรก ต่อมาไม่นานแบรนด์ก็ตระหนักได้ว่าพวกเขาจำเป็นต้องมีการนำเสนอทางออนไลน์เพื่อให้มีความสามารถในการแข่งขันและเติบโตได้มากขึ้น อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องราวของพวกเขา
“ฉันภูมิใจในตัวเองและธุรกิจ ที่ได้สร้างความสัมพันธ์ที่ยั่งยืนกับลูกค้าของเรา ฉันคิดว่าการใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมทำให้เราสามารถนำนโยบายนั้นมาใช้ทางออนไลน์ได้ โดยการสร้างร้านค้าออนไลน์ที่ให้ความรู้สึกเหมือนเป็นร้านค้าจริง ความสำเร็จของธุรกิจออนไลน์ของเราได้เปลี่ยนแปลงไปและโอกาสในอนาคตก็ดูสดใสมาก โซเชียลมีเดีย ชุมชน และภาพที่ยอดเยี่ยมเป็นรากฐานของความสำเร็จ และ Dropbox Business ก็ช่วยเราจัดการทุกอย่าง”
Rowena Howie เจ้าของธุรกิจ Revival Retro

หลังจากการแพร่ระบาด

ฟื้นตัวจากวิกฤตได้แข็งแกร่งขึ้น

90% เห็นด้วยว่าสภาพแวดล้อมการทำงานที่เน้นดิจิทัลคือแนวทางการทำงานในอนาคตของเรา

การแพร่ระบาดทั่วโลกทำให้วิธีการทำงานและแนวทางที่เราทำงานร่วมกันเปลี่ยนแปลงไปในชั่วข้ามคืน ทั้งกับทีมของเราและกับลูกค้าของเรา และเราจะถอยกลับไม่ได้ เครื่องมือไอที/เครื่องมือที่ใช้ในการทำงานร่วมกันไม่เพียงแต่จะช่วยในการฟื้นตัวเท่านั้น แต่ยังตอบสนองสิ่งที่ธุรกิจให้ความสำคัญและกระตุ้นให้เกิดประโยชน์เฉพาะตัวสำหรับองค์กร พนักงาน และลูกค้าอีกด้วย  

ทุกวันนี้ทุกธุรกิจกำลังประสบกับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เราต้องเปลี่ยนแปลงเพื่อคงความความสัมพันธ์กับลูกค้าทั้งในปัจจุบันและในอนาคต นวัตกรรมเป็นสิ่งสำคัญ และทุกๆ การลงทุนทางดิจิทัลของเราก็เกิดจากความต้องการของลูกค้าหลาย 10 ล้านคนที่เราให้บริการ

Catherine Hamilton ผู้อำนวยการฝ่ายการดำเนินงานธุรกิจ บริษัท Post Office

วิธีการทำงานของเราอาจไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

ธุรกิจจำนวนมากกำลังพยายามเรียนรู้จากวิกฤตและหาพื้นที่ทำงานที่ดียิ่งขึ้น บริษัทบางแห่งประกาศใช้โมเดลไฮบริด ซึ่งหมายถึงการรวมสำนักงานเข้ากับการทำงานระยะไกล ในขณะที่บางบริษัทก็เลิกใช้สำนักงาน ทั้งสองแนวทางนี้อาจนำไปสู่ผลประโยชน์ใหม่ๆ ที่น่าตื่นเต้น เช่น การลดต้นทุน การสร้างการเข้าถึงกลุ่มคนที่มีความสามารถจำนวนมากขึ้น และการเสริมสร้าง Work Life Balance ที่ดีขึ้นให้กับพนักงาน แต่นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น สิ่งสำคัญที่สุดคือธุรกิจต้องสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันและดีดตัวขึ้นให้กลับมาแข็งแกร่งกว่าเดิมเมื่อการระบาดของโรคสงบลง ธุรกิจสามารถกำหนดวัฒนธรรมในการทำงานใหม่และเริ่มต้นยุคใหม่แห่งการเติบโตได้ด้วยการใช้ตารางเวลา สถานที่ และเครื่องมือที่ยืดหยุ่นมากขึ้น

องค์กรของคุณวัดผลอย่างไร

ทำแบบสำรวจมาตรฐานสั้นๆ ของเราเพื่อดูว่าการจัดการความท้าทายทางธุรกิจในปัจจุบันของคุณอยู่ระดับใด เมื่อเปรียบเทียบกับองค์กรขนาดเล็กและขนาดกลางอื่นๆ

เกี่ยวกับการวิจัย

VansonBourne
สำรวจผู้มีอำนาจในการตัดสินใจด้านธุรกิจและไอที 3,000 คนในสหราชอาณาจักรและสหรัฐอเมริกา การสัมภาษณ์แบ่งเป็น 2 ช่วง ได้แก่ มิถุนายน/กรกฎาคม และสิงหาคม
ผู้เข้าร่วม
องค์กรขนาดกลาง (พนักงาน 250-2,499 คน) ขนาดเล็ก (พนักงาน 20-249 คน) และขนาดเล็กมาก (พนักงาน 2-19 คน)
อุตสาหกรรมต่างๆ
ประกอบด้วยอุตสาหกรรมเทคโนโลยี การก่อสร้าง การค้าปลีก การเงิน การบริการ และการผลิต ซึ่งมีรายได้ที่หลากหลาย