วิธีค้นหาแอปสำหรับเขียนที่ดีที่สุดสำหรับคุณ

การเขียนเป็นสิ่งที่ท้าทายแม้ในช่วงเวลาที่ดีที่สุด เราจึงรวบรวมรายชื่อแอปเขียนหนังสือยอดนิยมและสรุปวิธีที่จะช่วยให้คุณแสดงความคิดได้ดีขึ้น

ภาพหน้าจอของโน้ตที่เขียนในแอป Dropbox Paper

แอปที่ดีที่สุดสำหรับนักเขียน

แม้จะมีคำกล่าวที่ว่ารำไม่ดีโทษปี่โทษกลอง แต่การทำงานที่ต้องใช้คำก็เป็นเรื่องยาก เราจึงควรเปิดรับสิ่งที่จะช่วยให้ประสบการณ์การเขียนน่าพึงพอใจขึ้นได้ โชคดีที่ตัวเลือกเหล่านั้นมีให้เลือกอย่างนับไม่ถ้วน แต่นั่นก็อาจทำให้ตัดสินใจได้ยากว่าควรเลือกอะไร ในการช่วยเหลือในเรื่องนี้ เราได้สำรวจเครื่องมือการเขียนที่ดีที่สุดส่วนหนึ่งที่มีอยู่และตรวจดูว่าเครื่องมือเหล่านั้นจะมีประโยชน์ที่สุดในกรณีใด

การเขียนทั่วไป

เมื่อใช้งานซอฟต์แวร์การเขียนที่ซับซ้อน เพียงปากกาและกระดาษธรรมดาๆ ก็มักช่วยรังสรรค์อะไรที่พิเศษในการทำงานทั่วๆ ไปได้ การที่เราสามารถเขียนอะไรบางอย่างแล้วบันทึกเก็บไว้ที่ไหนสักที่หนึ่งเพื่อจะนำมาดูในภายหลังได้นั้นเป็นเพียงความต้องการที่ปกติทั่วไปอย่างมาก และมีเครื่องมือจำนวนมากที่จะตอบโจทย์ความต้องการเพียงเท่านั้นได้ เครื่องมือแก้ไขข้อความพื้นฐานอย่าง Notepad สำหรับ Windows หรือ TextEdit สำหรับ Mac ก็เพียงพอแล้วในบางโอกาส แต่ผู้ใช้ที่ต้องการตัวเลือกการจัดรูปแบบหรือการตรวจสอบการสะกดคำที่ครอบคลุมยิ่งขึ้น อาจมองว่าตัวเลือกเหล่านี้ไม่เพียงพอต่อความต้องการ ผู้ที่มองหาตัวเลือกที่มีคุณสมบัติครบครันที่คัดสรรมาให้เหมาะกับการใช้งานทั่วไปจะต้องถูกใจเครื่องมือประมวลผลคำ

Microsoft Word

สำหรับหลายๆ คน Microsoft Word เป็นโปรแกรมแรกที่นึกถึงเมื่อคิดถึงคำว่า "แอปเขียนหนังสือ" Word Processor เป็นส่วนหนึ่งของ Microsoft Office โดยเป็นโปรแกรมที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลก เต็มไปด้วยเทมเพลต ตัวเลือกการจัดรูปแบบ และเครื่องมือแก้ไขจำนวนมาก เป็นโปรแกรมอเนกประสงค์ที่ยอดเยี่ยม

Dropbox มีการผสานการใช้งานแอปกับ Microsoft ที่ช่วยให้สามารถทำงานร่วมกันได้แบบเรียลไทม์ใน Word และช่วยให้ผู้ใช้สามารถแก้ไขไฟล์ที่มีอยู่ผ่าน Dropbox, แอปสำหรับอุปกรณ์เคลื่อนที่ หรือใน Microsoft Office สำหรับเว็บได้ โดยจะบันทึกการเปลี่ยนแปลงกลับไปที่ Dropbox โดยอัตโนมัติ แอป Office และ Dropbox สำหรับอุปกรณ์เคลื่อนที่จะทำงานร่วมกันเพื่อให้คุณสร้าง แก้ไข และแบ่งปันระหว่างแอปได้อย่างง่ายดาย

สำหรับ Microsoft Word ต้องสมัครสมาชิก แต่ผู้ที่มองหาทางเลือกฟรี อาจเลือกใช้ OpenOffice หรือ LibreOffice แทน แม้ว่าจะมีฟีเจอร์น้อยกว่า แต่โปรแกรมเหล่านี้ก็มีฟังก์ชันมากมายที่ผู้ใช้ Word คาดหวังจาก Word Processor

Google Docs

Google Docs เป็นแอปการเขียนบนคลาวด์ที่เอื้อให้คุณได้ทำงานกับเพื่อนหรือเพื่อนร่วมงานเพื่อสร้างเนื้อหาร่วมกันได้แบบเรียลไทม์ เจ้าเครื่องมือประมวลผลคำออนไลน์ที่ได้รับความนิยมอย่างมากนี้มีฟีเจอร์อัจฉริยะเช่น Smart Compose และ Grammar เพื่อช่วยให้ผู้ใช้เขียนได้เร็วขึ้นและมีความถูกต้องมากขึ้น โดยเครื่องมือจะจัดเก็บงานของคุณไว้ใน Google Drive โดยอัตโนมัติ และรองรับการแก้ไขแบบออฟไลน์นอกเหนือจากฟีเจอร์การทำงานร่วมกันแบบเนทีฟออนไลน์ต่างๆ ด้วย คุณเพียงต้องมีบัญชี Google ฟรีสำหรับการใช้งานส่วนตัวหรือลงทะเบียนสมัครใช้บัญชี G Suite สำหรับธุรกิจ เพียงเท่านี้ก็เริ่มใช้งานเครื่องมือนี้ได้แล้ว

การผสานการทำงานของแอปเข้ากับ Google ทำให้ Dropbox สามารถจัดเก็บเอกสารจาก Google Docs ควบคู่ไปกับเอกสารอื่นๆ ของคุณได้ ซึ่งทำให้สามารถค้นหาไฟล์ทั้งหมดของคุณได้ในที่เดียว การแก้ไขและความคิดเห็นต่างๆ ใน Google Docs จะปรากฏเป็นการแจ้งเตือนใน Dropbox เพื่อแจ้งเตือนให้คุณทราบเมื่อมีการเปลี่ยนแปลง

การเขียนเชิงสร้างสรรค์

นักเขียนนวนิยายและนักเขียนบทภาพยนตร์มักต้องการรูปแบบที่เป็นเอกลักษณ์มากขึ้น แม้ว่า Word Processor ที่เป็นที่นิยมจะมีเทมเพลตเหล่านี้ให้ใช้งาน แต่บางคนก็เลือกที่จะก้าวไปอีกขั้นและค้นหาแอปเขียนหนังสือเฉพาะสำหรับงานฝีมือที่ตนเลือก

Scrivener

Scrivener เป็นตัวเลือกที่ได้รับการยอมรับอย่างมากสำหรับงานที่มีความยาวและเป็นเครื่องมือที่สร้างขึ้นโดยมุ่งเน้นการทำงานลักษณะดังกล่าว ซึ่งเป็นเหมือนขุมพลังเรื่องการประมวลผลคำ ผู้เขียนจะได้ใช้โปรแกรมสถิติการเขียนซึ่งสามารถติดตามความคืบหน้าตามจำนวนคำเป้าหมายในแต่ละวัน รวมถึงมีแม่แบบจำนวนมาก มีมุมมองแสดงเค้าโครงเพื่อช่วยให้นักเขียนเห็นภาพการเขียนสตอรี่บอร์ด และมีตัวเลือกการส่งออกมากมาย

Scrivener ยังมีชื่อเสียงในด้านแป้นพิมพ์ลัดที่ครอบคลุมซึ่งได้รับการออกแบบมาเพื่อช่วยให้ผู้ใช้ที่มีประสบการณ์สามารถท่องโปรแกรมได้เร็วยิ่งขึ้น

Storyist

Storyist เป็นโปรแกรมประมวลผลคำที่มีคุณสมบัติครบถ้วนซึ่งได้รับการออกแบบมาสำหรับนักเขียนนวนิยายและนักเขียนบทภาพยนตร์ นอกจากตัวแก้ไขในตัวที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถปรับแต่งต้นฉบับตามความชอบแล้ว โปรแกรมนี้ยังมาพร้อมกับแม่แบบต้นฉบับและแม่แบบบทภาพยนตร์ทั่วไปจำนวนมาก เครื่องมือจัดโครงร่างที่ยืดหยุ่นช่วยให้นักเขียนสามารถดูมุมมองระดับสูงของเรื่องราวและบัตรดัชนีพร้อมโน้ตเกี่ยวกับเรื่องราวถัดจากต้นฉบับได้ขณะเขียน Storyist สามารถนำเข้าสคริปต์ Final Draft FDX ทำให้การทำงานร่วมกันกับผู้เขียนบทเป็นเรื่องง่าย และมีฟีเจอร์การตรวจแก้หนังสือที่สามารถเปลี่ยนต้นฉบับเป็น PDF ที่พร้อมพิมพ์ได้

Storyist เปิดให้ทดลองใช้ฟรี แต่น่าเสียดายสำหรับผู้ใช้ Windows เพราะแอปนี้สามารถใช้ได้กับ MacOS และ iOS เท่านั้น

Ulysses

Ulysses เป็นแอปเฉพาะสำหรับ Mac, iPad และ iPhone โดยที่ iOS จะใช้ทางลัด Siri และการสั่งงานแบบสัมผัส 3 มิติ นักเขียนที่ใช้อุปกรณ์ทุกประเภทจะสามารถใช้อินเตอร์เฟสที่ปราศจากสิ่งรบกวนโดยมีตัวแก้ไขข้อความแบบมาร์กอัปและตัวเลือกการกำหนดธีมหลากหลายระดับ Ulysses ใช้สถิติแบบสดเพื่อให้ผู้ใช้ติดตามความคืบหน้าตามเป้าหมายรายวันและระบุวันครบกำหนดการเขียนได้อย่างง่ายดาย ซึ่งจะช่วยกำหนดความรับผิดชอบและช่วยให้นักเขียนทำงานได้ตามแผนงาน เมื่อผสานการใช้งานกับ Dropbox จะสามารถบันทึกโฟลเดอร์ภายนอกลงในคลังข้อความของ Ulysses ได้ ทำให้ผู้ใช้สามารถค้นหางานทั้งหมดได้ในที่เดียว

Final Draft

Final Draft เป็นแอปสำหรับนักเขียนบทภาพยนตร์และเรียกตัวเองว่าเป็นซอฟต์แวร์ที่ผู้สร้างภาพยนตร์ทั่วโลกเลือกใช้ โดยมีแม่แบบมากกว่า 100 แบบพร้อมตัวเลือกการแบ่งหน้าและการจัดรูปแบบอัตโนมัติช่วยให้นักเขียนมั่นใจได้ว่าโครงการของตนจะได้รับการจัดรูปแบบตามมาตรฐานระดับมืออาชีพ คุณสมบัติ Speech to Script ของ Final Draft ใช้คุณสมบัติการเขียนตามคำบอกของ macOS และฟีเจอร์ SmartType จะป้อนชื่อและตำแหน่งที่ตั้งทั่วไปโดยอัตโนมัติ ทำให้นักเขียนใช้เวลาเขียนน้อยลง แต่ยังคงได้งานมากขึ้น

Dropbox Paper

Dropbox Paper เป็นตัวแก้ไขเอกสารและแอปจดโน้ตที่มีประโยชน์มากในหลากหลายสถานการณ์ ผู้ใช้จะพบว่าเค้าโครงที่เรียบง่ายและปราศจากสิ่งรบกวนของ Dropbox Paper เหมาะสำหรับการเขียนในชีวิตประจำวัน นอกจากนี้ยังใช้งานได้ฟรี เพียงแค่มีบัญชี Dropbox Basic เพื่อเริ่มสร้างเอกสาร Paper ก็เริ่มใช้งานได้ทันที นักเขียนวางใจได้ว่างานทั้งหมดของตนจะถูกเก็บไว้อย่างปลอดภัยในบัญชีบริการพื้นที่จัดเก็บบนคลาวด์ที่ปลอดภัยและเข้าถึงได้ทุกเมื่อที่จำเป็น

Paper เป็นทั้งแอปสำหรับอุปกรณ์เคลื่อนที่และแอปเดสก์ท็อปที่ช่วยให้ผู้ใช้ตรวจสอบและแก้ไขงานได้ทุกที่ทุกเวลา ผู้ใช้ Paper ยังสามารถซิงค์ออฟไลน์กับแอปสำหรับอุปกรณ์เคลื่อนที่ ทำให้ในกรณีที่การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตของคุณถูกขัดจังหวะ ไฟล์ของคุณในเวอร์ชันอุปกรณ์จะได้รับการบันทึกและซิงค์กับบัญชีของคุณทันทีที่การเชื่อมต่อของคุณกลับคืนมา

ตัวเลือกการแบ่งปันของ Paper ทำให้แอปนี้เป็นเครื่องมือที่ยอดเยี่ยมสำหรับงานเขียนที่ทำร่วมกัน เมื่อทำงานเป็นกลุ่ม คุณและสมาชิกในทีมสามารถแก้ไขไฟล์เดียวกันได้แบบเรียลไทม์ นอกจากนี้ ยังสามารถกู้คืนไฟล์เวอร์ชันก่อนหน้านี้ได้อย่างง่ายดายจึงไม่ต้องกังวลเรื่องการควบคุมเวอร์ชัน ทั้งนี้ Paper ยังสามารถใช้เป็นแม่แบบการระดมความคิดสำหรับผู้ที่มีปัญหาเขียนไม่ออก และคุณสมบัติการจัดการงานช่วยให้ผู้ใช้สามารถตั้งค่าสิ่งที่ต้องทำและทำเครื่องหมายวันครบกำหนดเพื่อช่วยให้ตัวเองทำงานได้ตามแผนงาน การสำรวจและใช้ประโยชน์จากคุณสมบัติเหล่านี้จะช่วยให้มืออาชีพด้านงานสร้างสรรค์ผลักดันตัวเองให้ทำงานเขียนให้เสร็จเพิ่มขึ้นได้อีกเล็กน้อย

ในท้ายที่สุด อาจเป็นที่ถกเถียงได้ว่าแอปสำหรับเขียนที่ดีที่สุดสำหรับคุณก็คือแอปที่คุณกำลังเปิดอยู่ในขณะนั้น ไม่ว่าจะเป็นตัวแก้ไขข้อความธรรมดาที่คุณใช้จดไอเดียที่ยังไม่สมบูรณ์ หรือซอฟต์แวร์ราคาแพงที่คุณต้องพึ่งพาอย่างมากตลอดทุกขั้นตอนในกระบวนการเขียนของคุณ สิ่งที่สำคัญคือความสามารถในการจับไอเดียได้ และเมื่อ Dropbox Paper ช่วยให้คุณเข้าถึงและพัฒนาไอเดียที่บันทึกไว้แม้ว่าจะไม่มีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต การหาข้อแก้ตัวดีๆ ที่จะไม่เขียนจึงทำได้ยากขึ้นเรื่อยๆ แอปทั้งหมดที่กล่าวมาข้างต้นทำงานร่วมกับ Dropbox ดังนั้น ถ้าคุณสะดวกที่จะใช้โปรแกรมใดโปรแกรมหนึ่งอยู่แล้ว คุณก็ยังสามารถเพลิดเพลินไปกับประสบการณ์พื้นที่จัดเก็บที่ง่ายดายและราบรื่นได้ต่อไป

จดไอเดียของคุณไว้ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหน

ลองใช้ Dropbox Paper ฟรี